ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อำเภอสะเดา
พืชหลักยางพารา

ข้อมูลศูนย์
- พืชหลัก
- ยางพารา
- สถานที่ตั้ง
- บ้านเลขที่ 24 หมู่ที่ 6 ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา 90170
- พิกัดศูนย์
- 6.783772,100.421106
ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ที่มาของศูนย์
ยางพาราเป็นพืชเศรษฐกิจสำคัญของภาคใต้และอำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา มีบทบาทสำคัญต่อเศรษฐกิจและการดำรงชีพของเกษตรกร โดยในอำเภอสะเดามีพื้นที่ปลูกยางพารารวม 306,613 ไร่ ตำบลท่าโพธิ์มีพื้นที่ปลูก 18,156 ไร่ และหมู่ที่ 6 บ้านหนำคอก มีพื้นที่ปลูก 2,219 ไร่ อย่างไรก็ตาม การประกอบอาชีพโดยพึ่งพารายได้จากยางพาราเพียงชนิดเดียวอาจมีข้อจำกัดด้านความมั่นคงทางรายได้และความสามารถในการรองรับความผันผวนของราคาผลผลิต เกษตรกรจึงมีความจำเป็นต้องแสวงหาแนวทางเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่และสร้างรายได้จากกิจกรรมการเกษตรที่หลากหลาย
นายประยูร แสงแก้ว อดีตข้าราชการครูบำนาญ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนระบบการผลิตจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวไปสู่การทำเกษตรแบบผสมผสาน โดยเริ่มต้นดำเนินการในพื้นที่ 4 ไร่ ด้วยการปลูกทุเรียน มังคุด ลองกอง ผักเหลียง และผักกูดร่วมกับยางพารา พร้อมทั้งแสวงหาความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับหน่วยงานภาครัฐและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และศักยภาพของตนเอง ต่อมาได้ขยายพื้นที่ดำเนินการเป็น 3 แปลง รวมกว่า 33 ไร่ โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ เน้นการจัดสรรพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การปลูกพืชหลากหลายชนิด และการสร้างรายได้จากผลผลิตที่แตกต่างกันตามช่วงเวลา ทั้งรายวัน รายเดือน และรายปี แนวทางดังกล่าวช่วยเพิ่มทางเลือกในการประกอบอาชีพและลดการพึ่งพารายได้จากยางพาราเพียงอย่างเดียว
จากความสำเร็จและประสบการณ์ในการทำเกษตรแบบผสมผสานดังกล่าว จึงได้รับคัดเลือกให้เป็น ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ในปี พ.ศ. 2563 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้แก่เกษตรกรในพื้นที่และผู้สนใจ สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอาชีพและสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตได้อย่างยั่งยืน
ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา มีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบด้านการทำเกษตรแบบผสมผสานและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร โดยดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เกิดจากการพัฒนาพื้นที่สวนยางพาราให้เป็นระบบเกษตรแบบผสมผสาน โดยใช้ประสบการณ์จริงเป็นต้นแบบในการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เกษตรกร มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ การกระจายความเสี่ยงด้านการผลิต การสร้างรายได้ที่หลากหลาย และการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกษตรกรสามารถพัฒนาอาชีพได้อย่างเหมาะสมกับศักยภาพของตนเอง อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและความเข้มแข็งของภาคการเกษตรในอำเภอสะเดาอย่างยั่งยืน
นายประยูร แสงแก้ว อดีตข้าราชการครูบำนาญ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญของการปรับเปลี่ยนระบบการผลิตจากการปลูกพืชเชิงเดี่ยวไปสู่การทำเกษตรแบบผสมผสาน โดยเริ่มต้นดำเนินการในพื้นที่ 4 ไร่ ด้วยการปลูกทุเรียน มังคุด ลองกอง ผักเหลียง และผักกูดร่วมกับยางพารา พร้อมทั้งแสวงหาความรู้และแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับหน่วยงานภาครัฐและภาคส่วนต่าง ๆ เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับสภาพพื้นที่และศักยภาพของตนเอง ต่อมาได้ขยายพื้นที่ดำเนินการเป็น 3 แปลง รวมกว่า 33 ไร่ โดยน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้ในการดำเนินชีวิตและการประกอบอาชีพ เน้นการจัดสรรพื้นที่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด การปลูกพืชหลากหลายชนิด และการสร้างรายได้จากผลผลิตที่แตกต่างกันตามช่วงเวลา ทั้งรายวัน รายเดือน และรายปี แนวทางดังกล่าวช่วยเพิ่มทางเลือกในการประกอบอาชีพและลดการพึ่งพารายได้จากยางพาราเพียงอย่างเดียว
จากความสำเร็จและประสบการณ์ในการทำเกษตรแบบผสมผสานดังกล่าว จึงได้รับคัดเลือกให้เป็น ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) ในปี พ.ศ. 2563 เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรให้แก่เกษตรกรในพื้นที่และผู้สนใจ สามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาอาชีพและสร้างความมั่นคงในการดำรงชีวิตได้อย่างยั่งยืน
ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา มีบทบาทสำคัญในการเป็นแหล่งเรียนรู้ต้นแบบด้านการทำเกษตรแบบผสมผสานและการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร โดยดำเนินงานเพื่อแก้ไขปัญหาและตอบสนองความต้องการของเกษตรกรในพื้นที่ เป็นแหล่งเรียนรู้ที่เกิดจากการพัฒนาพื้นที่สวนยางพาราให้เป็นระบบเกษตรแบบผสมผสาน โดยใช้ประสบการณ์จริงเป็นต้นแบบในการถ่ายทอดองค์ความรู้แก่เกษตรกร มุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พื้นที่ การกระจายความเสี่ยงด้านการผลิต การสร้างรายได้ที่หลากหลาย และการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้เกษตรกรสามารถพัฒนาอาชีพได้อย่างเหมาะสมกับศักยภาพของตนเอง อันจะนำไปสู่การยกระดับคุณภาพชีวิตและความเข้มแข็งของภาคการเกษตรในอำเภอสะเดาอย่างยั่งยืน
เทคโนโลยีหรือจุดเด่น
• การปลูกพืชร่วมยางและเกษตรแบบผสมผสาน : ใช้พื้นที่สวนยางให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยปลูกพืชหลากหลายชนิด เช่น ทุเรียน มังคุด ลองกอง ผักเหลียง ผักกูด และกาแฟ เพื่อกระจายความเสี่ยงและเพิ่มช่องทางรายได้
• การลดต้นทุนการผลิต : ใช้ปุ๋ยตามผลวิเคราะห์ดิน ผลิตปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพ ตลอดจนเลี้ยงแหนแดงเพื่อสนับสนุนการลดต้นทุนด้านปัจจัยการผลิต
• การจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ : ใช้ระบบสูบน้ำและท่อส่งน้ำเพื่อให้น้ำแก่พืชอย่างเหมาะสม ช่วยประหยัดเวลาและแรงงาน
• การใช้พลังงานทดแทน : ใช้ระบบโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าสำหรับกิจกรรมการเกษตร
• การป้องกันกำจัดศัตรูพืช : ใช้การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มา เชื้อราบิวเวอเรีย เชื้อราเมตาไรเซียม และไส้เดือนฝอย รวมถึงการห่อผลส้มโอด้วยถุงตาข่ายเพื่อลดความเสียหายและลดการใช้สารเคมี
• การใช้เครื่องจักรและนวัตกรรม : ใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรเพื่อลดเวลาและแรงงาน พร้อมดัดแปลงเครื่องสีเมล็ดข้าวเปลือกที่ไม่ได้ใช้งานให้เป็นเครื่องคัดแยกขนาดมะนาว
• การผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย : เน้นการผลิตตามมาตรฐาน GAP มีพืชได้รับการรับรอง 5 ชนิด ได้แก่ ผักเหลียง ส้มโอ ส้มจุก มะนาว และมังคุด
• การลดต้นทุนการผลิต : ใช้ปุ๋ยตามผลวิเคราะห์ดิน ผลิตปุ๋ยหมักและน้ำหมักชีวภาพ ตลอดจนเลี้ยงแหนแดงเพื่อสนับสนุนการลดต้นทุนด้านปัจจัยการผลิต
• การจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ : ใช้ระบบสูบน้ำและท่อส่งน้ำเพื่อให้น้ำแก่พืชอย่างเหมาะสม ช่วยประหยัดเวลาและแรงงาน
• การใช้พลังงานทดแทน : ใช้ระบบโซลาร์เซลล์เพื่อผลิตไฟฟ้าสำหรับกิจกรรมการเกษตร
• การป้องกันกำจัดศัตรูพืช : ใช้การจัดการศัตรูพืชแบบผสมผสาน เช่น เชื้อราไตรโคเดอร์มา เชื้อราบิวเวอเรีย เชื้อราเมตาไรเซียม และไส้เดือนฝอย รวมถึงการห่อผลส้มโอด้วยถุงตาข่ายเพื่อลดความเสียหายและลดการใช้สารเคมี
• การใช้เครื่องจักรและนวัตกรรม : ใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรเพื่อลดเวลาและแรงงาน พร้อมดัดแปลงเครื่องสีเมล็ดข้าวเปลือกที่ไม่ได้ใช้งานให้เป็นเครื่องคัดแยกขนาดมะนาว
• การผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย : เน้นการผลิตตามมาตรฐาน GAP มีพืชได้รับการรับรอง 5 ชนิด ได้แก่ ผักเหลียง ส้มโอ ส้มจุก มะนาว และมังคุด
หลักสูตรการเรียนรู้
• หลักสูตรหลัก ได้แก่ การลดต้นทุนการผลิต การเพิ่มผลผลิต การพัฒนาคุณภาพผลผลิต/การจัดทำมาตรฐานการผลิต การจัดการด้านการตลาด การแปรรูป/การเพิ่มมูลค่าผลผลิต การจัดการโรคและแมลงศัตรูพืช การผลิตตามกิจกรรมแปลงใหญ่
• หลักสูตรบังคับ ได้แก่ เศรษฐกิจพอเพียง เกษตรผสมผสาน และการจัดทำบัญชีครัวเรือน
• หลักสูตรเสริม ได้แก่ การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า อาชีพเสริมเพิ่มรายได้ เช่น การปลูกพืชร่วมยาง
• หลักสูตรบังคับ ได้แก่ เศรษฐกิจพอเพียง เกษตรผสมผสาน และการจัดทำบัญชีครัวเรือน
• หลักสูตรเสริม ได้แก่ การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า อาชีพเสริมเพิ่มรายได้ เช่น การปลูกพืชร่วมยาง
ฐานเรียนรู้
• ฐานเรียนรู้การปลูกพืชร่วมยาง
ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอสะเดา มีจุดเด่นในการปลูกพืชร่วมยาง ได้แก่ ผักเหลียง กาแฟ และหน้าวัว เพื่อเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายทำให้มีผลผลิตไว้บริโภคในครัวเรือน ลดความเสี่ยงด้านการตลาดในช่วงยางพาราตกต่ำ อีกทั้งเป็นการใช้พื้นที่ว่างระหว่างแถวยางพาราให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
• ฐานเรียนรู้การปลูกส้มโอ
ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอสะเดา มีจุดเด่นในการผลิตส้มโอ ตามมาตรฐาน GAP โดยมีการวางแผนบริหารจัดการผลิตส้มโอ ต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน GAP “ส้มโอหอมท่าโพธิ์” เป็นไม้ผลพื้นเมืองดั้งเดิมที่ปลูกกันอย่างแพร่หลายในพื้นที่ตำบลท่าโพธิ์ จุดเด่นคือ ไม่มีเมล็ด เนื้อผลสีแดง-ชมพู และรสชาติหวานอมเปรี้ยว จนทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดผู้บริโภค ลักษณะพิเศษของส้มโอหอมท่าโพธิ์คือ ไม่มีเมล็ด ต้องขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งเพียงอย่างเดียว จึงทำให้เป็นข้อดีของการรักษาความเป็นพันธุ์แท้ของส้มโอพันธุ์นี้ไว้มาเป็นเวลาหลายสิบปี อย่างไรก็ตามศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอสะเดา จึงมีการตอนกิ่งไว้จำหน่าย สามารถมีรายรับเพิ่มเติมจากการจำหน่ายส้มโอผลสด สร้างรายได้เสริมให้แก่เกษตรกร
• ฐานเรียนรู้การปลูกส้มโอ มีทั้งส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม ส้มจุกและส้มโอหอมท่าโพธิ์ โดยนายประยูร แสง
แก้ว มีความเป็นห่วงว่าส้มโอหอมท่าโพธิ์จะสูญหายไปจากท้องถิ่น จึงร่วมมือกับชาวบ้านในพื้นที่ตำบลท่าโพธิ์และหน่วยภาครัฐฟื้นฟูและอนุรักษ์ส้มโอหอมท่าโพธิ์นี้ให้ยังคงมีและสร้างชื่อเสียง ทั้งการปลูกและการตลาด เพื่อให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน
• ฐานเรียนรู้การปลูกมะนาว
ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอสะเดา ได้จัดทำฐานเรียนรู้การปลูกมะนาว เพื่อเป็นองค์ประกอบในหลักสูตรการปลูกพืชแบบผสมผสาน สามารถมีรายรับเพิ่มเติม สร้างรายได้เสริมให้แก่เกษตรกร
• ฐานเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียง เนื่องจากศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอสะเดา ดำเนินกิจกรรมตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ทางสายกลาง พอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันที่ดี เพื่อนำไปสู่ชีวิตดี เศรษฐกิจดี สังคมดี สิ่งแวดล้อมที่สมดุล มีความมั่งคั่งและอยู่อย่างยั่งยืน จึงเป็นแหล่งศึกษาในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการทำการเกษตร ประกอบด้วย เกษตรผสมผสาน และการจัดทำบัญชีครัวเรือน
1) เกษตรผสมผสาน ได้มีการจัดทำแปลงเพาะปลูกพืชผักสวนครัวและพืชผสมผสาน มีการใช้หลักการบริหารจัดการที่ดินและน้ำเพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีความหลากหลายในการทำกิจกรรมการเกษตร ประกอบด้วย ผักสวนครัว ไม้ผล ไม้ยืนต้น เลี้ยงปลาในบ่อดิน เลี้ยงไก่ไข่ การเลี้ยงแหนแดงลดต้นทุนการผลิต รวมถึงแมลงเศรษฐกิจ ได้แก่ ผึ้งและชันโรงสำหรับผสมเกสรในสวนผลไม้
2) การจัดทำบัญชีครัวเรือน ได้จัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอสะเดา อย่างสม่ำเสมอ
• ฐานเรียนรู้การผลิตปุ๋ยหมักและน้ำหมัก ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอสะเดา จัดทำฐานเรียนรู้การผลิตปุ๋ยหมักและน้ำหมัก จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร หลักสูตรการลดต้นทุนการผลิต ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยได้ และทำให้ผลผลิตมีคุณภาพดี นอกจากนี้ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอสะเดา มีการขยายพันธุ์และเพาะเลี้ยงแหนแดง นำไปทำเป็นปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสดเพื่อลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ ปรับปรุงโครงสร้างดินให้ดีขึ้นในระยะยาว ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมและรักษาระบบนิเวศในชุมชน
• ฐานเรียนรู้การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอสะเดาเห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำและการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า จึงมีการดำเนินกิจกรรมฐานเรียนรู้การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า หลักสูตรการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า เพื่อหลีกเลี่ยงวิธีการให้น้ำเกินความต้องการของพืช ช่วยลดการสูญเสียน้ำโดยเปล่าประโยชน์ มีการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับฤดูแล้งเพื่อไม่ให้ขาดแคลนน้ำ เช่น ขุดสระ จำนวน 5 สระ ขุดบ่อน้ำตื้น จำนวน 1 บ่อ และนอกจากนี้ยังมีขุดเจาะบ่อบาดาล จำนวน 1 บ่อ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการในฤดูแล้ง
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการใช้ทรัพยากรใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงได้ประยุกต์การใช้ปุ๋ย น้ำหมักหรือสารชีวภัณฑ์พร้อมระบบการให้น้ำภายในสวน ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ต้นไม้ได้ปุ๋ยและน้ำพร้อมกันอย่างสม่ำเสมอ
ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอสะเดา มีจุดเด่นในการปลูกพืชร่วมยาง ได้แก่ ผักเหลียง กาแฟ และหน้าวัว เพื่อเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายทำให้มีผลผลิตไว้บริโภคในครัวเรือน ลดความเสี่ยงด้านการตลาดในช่วงยางพาราตกต่ำ อีกทั้งเป็นการใช้พื้นที่ว่างระหว่างแถวยางพาราให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด
• ฐานเรียนรู้การปลูกส้มโอ
ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอสะเดา มีจุดเด่นในการผลิตส้มโอ ตามมาตรฐาน GAP โดยมีการวางแผนบริหารจัดการผลิตส้มโอ ต้องปฏิบัติตามมาตรฐาน GAP “ส้มโอหอมท่าโพธิ์” เป็นไม้ผลพื้นเมืองดั้งเดิมที่ปลูกกันอย่างแพร่หลายในพื้นที่ตำบลท่าโพธิ์ จุดเด่นคือ ไม่มีเมล็ด เนื้อผลสีแดง-ชมพู และรสชาติหวานอมเปรี้ยว จนทำให้เป็นที่ต้องการของตลาดผู้บริโภค ลักษณะพิเศษของส้มโอหอมท่าโพธิ์คือ ไม่มีเมล็ด ต้องขยายพันธุ์ด้วยการตอนกิ่งเพียงอย่างเดียว จึงทำให้เป็นข้อดีของการรักษาความเป็นพันธุ์แท้ของส้มโอพันธุ์นี้ไว้มาเป็นเวลาหลายสิบปี อย่างไรก็ตามศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอสะเดา จึงมีการตอนกิ่งไว้จำหน่าย สามารถมีรายรับเพิ่มเติมจากการจำหน่ายส้มโอผลสด สร้างรายได้เสริมให้แก่เกษตรกร
• ฐานเรียนรู้การปลูกส้มโอ มีทั้งส้มโอพันธุ์ทับทิมสยาม ส้มจุกและส้มโอหอมท่าโพธิ์ โดยนายประยูร แสง
แก้ว มีความเป็นห่วงว่าส้มโอหอมท่าโพธิ์จะสูญหายไปจากท้องถิ่น จึงร่วมมือกับชาวบ้านในพื้นที่ตำบลท่าโพธิ์และหน่วยภาครัฐฟื้นฟูและอนุรักษ์ส้มโอหอมท่าโพธิ์นี้ให้ยังคงมีและสร้างชื่อเสียง ทั้งการปลูกและการตลาด เพื่อให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน
• ฐานเรียนรู้การปลูกมะนาว
ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอสะเดา ได้จัดทำฐานเรียนรู้การปลูกมะนาว เพื่อเป็นองค์ประกอบในหลักสูตรการปลูกพืชแบบผสมผสาน สามารถมีรายรับเพิ่มเติม สร้างรายได้เสริมให้แก่เกษตรกร
• ฐานเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง
เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรเศรษฐกิจพอเพียง เนื่องจากศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอสะเดา ดำเนินกิจกรรมตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ทางสายกลาง พอประมาณ มีเหตุผล และมีภูมิคุ้มกันที่ดี เพื่อนำไปสู่ชีวิตดี เศรษฐกิจดี สังคมดี สิ่งแวดล้อมที่สมดุล มีความมั่งคั่งและอยู่อย่างยั่งยืน จึงเป็นแหล่งศึกษาในการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในการทำการเกษตร ประกอบด้วย เกษตรผสมผสาน และการจัดทำบัญชีครัวเรือน
1) เกษตรผสมผสาน ได้มีการจัดทำแปลงเพาะปลูกพืชผักสวนครัวและพืชผสมผสาน มีการใช้หลักการบริหารจัดการที่ดินและน้ำเพื่อการเกษตรในที่ดินขนาดเล็กเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด มีความหลากหลายในการทำกิจกรรมการเกษตร ประกอบด้วย ผักสวนครัว ไม้ผล ไม้ยืนต้น เลี้ยงปลาในบ่อดิน เลี้ยงไก่ไข่ การเลี้ยงแหนแดงลดต้นทุนการผลิต รวมถึงแมลงเศรษฐกิจ ได้แก่ ผึ้งและชันโรงสำหรับผสมเกสรในสวนผลไม้
2) การจัดทำบัญชีครัวเรือน ได้จัดทำบัญชีรายรับรายจ่ายศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอสะเดา อย่างสม่ำเสมอ
• ฐานเรียนรู้การผลิตปุ๋ยหมักและน้ำหมัก ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอสะเดา จัดทำฐานเรียนรู้การผลิตปุ๋ยหมักและน้ำหมัก จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร หลักสูตรการลดต้นทุนการผลิต ลดค่าใช้จ่ายในการซื้อปุ๋ยได้ และทำให้ผลผลิตมีคุณภาพดี นอกจากนี้ ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอสะเดา มีการขยายพันธุ์และเพาะเลี้ยงแหนแดง นำไปทำเป็นปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสดเพื่อลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยไนโตรเจนเพิ่มอินทรียวัตถุให้แก่ดิน ทำให้ดินมีความอุดมสมบูรณ์ ปรับปรุงโครงสร้างดินให้ดีขึ้นในระยะยาว ช่วยดูแลสิ่งแวดล้อมและรักษาระบบนิเวศในชุมชน
• ฐานเรียนรู้การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า ศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตรอำเภอสะเดาเห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำและการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า จึงมีการดำเนินกิจกรรมฐานเรียนรู้การใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า หลักสูตรการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า เพื่อหลีกเลี่ยงวิธีการให้น้ำเกินความต้องการของพืช ช่วยลดการสูญเสียน้ำโดยเปล่าประโยชน์ มีการบริหารจัดการน้ำ เพื่อเตรียมความพร้อมรับมือกับฤดูแล้งเพื่อไม่ให้ขาดแคลนน้ำ เช่น ขุดสระ จำนวน 5 สระ ขุดบ่อน้ำตื้น จำนวน 1 บ่อ และนอกจากนี้ยังมีขุดเจาะบ่อบาดาล จำนวน 1 บ่อ เพื่อให้เพียงพอต่อความต้องการในฤดูแล้ง
นอกจากนี้ เพื่อเป็นการใช้ทรัพยากรใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด จึงได้ประยุกต์การใช้ปุ๋ย น้ำหมักหรือสารชีวภัณฑ์พร้อมระบบการให้น้ำภายในสวน ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย ต้นไม้ได้ปุ๋ยและน้ำพร้อมกันอย่างสม่ำเสมอ
แปลงเรียนรู้
- แปลงเรียนรู้พืชร่วมยาง มีจุดเด่นในการปลูกพืชหลากหลายชนิดร่วมยางพารา ได้แก่ ผักเหลียง กาแฟ และหน้าวัว
- แปลงเรียนรู้ส้มโอ มีจุดเด่นในการผลิตส้มโอตามมาตรฐาน GAP การห่อผลส้มโอโดยใช้ถุงตาข่าย ซึ่งจะลดปริมาณการใช้สารเคมี
- แปลงเรียนรู้มะนาว มีการดูแลรักษา การคัดแยกขนาด และการเพิ่มมูลค่าผลผลิต มีการนำเครื่องสีเมล็ดข้าวเปลือก ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว มาประดิษฐ์ดัดแปลงเป็นเครื่องคัดแยกมะนาว เพื่อประหยัดเวลาและแรงงานที่ใช้
- แปลงเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง มีการทำเกษตรผสมผสาน มีความหลากหลายในการทำกิจกรรมการเกษตร ประกอบด้วย ผักสวนครัว ไม้ผล ไม้ยืนต้น เลี้ยงปลาในบ่อดิน เลี้ยงไก่ไข่ การเลี้ยงแหนแดงลดต้นทุนการผลิต รวมถึงแมลงเศรษฐกิจ ได้แก่ ผึ้งและชันโรงสาหรับผสมเกสรในสวนผลไม้ มีการนำโซลาร์เซลล์มาใช้ในการเกษตร ในการผลิตไฟฟ้าสาหรับใช้ในการเกษตร เช่น ใช้ในการสูบน้ำจากบ่อน้ำ ทำให้ลดต้นทุนการผลิต อีกทั้งประยุกต์การใช้สารกำจัดศัตรูพืชหรือชีวภัณฑ์พร้อมระบบการน้ำภายในสวน
- แปลงเรียนรู้ส้มโอ มีจุดเด่นในการผลิตส้มโอตามมาตรฐาน GAP การห่อผลส้มโอโดยใช้ถุงตาข่าย ซึ่งจะลดปริมาณการใช้สารเคมี
- แปลงเรียนรู้มะนาว มีการดูแลรักษา การคัดแยกขนาด และการเพิ่มมูลค่าผลผลิต มีการนำเครื่องสีเมล็ดข้าวเปลือก ที่ไม่ได้ใช้งานแล้ว มาประดิษฐ์ดัดแปลงเป็นเครื่องคัดแยกมะนาว เพื่อประหยัดเวลาและแรงงานที่ใช้
- แปลงเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง มีการทำเกษตรผสมผสาน มีความหลากหลายในการทำกิจกรรมการเกษตร ประกอบด้วย ผักสวนครัว ไม้ผล ไม้ยืนต้น เลี้ยงปลาในบ่อดิน เลี้ยงไก่ไข่ การเลี้ยงแหนแดงลดต้นทุนการผลิต รวมถึงแมลงเศรษฐกิจ ได้แก่ ผึ้งและชันโรงสาหรับผสมเกสรในสวนผลไม้ มีการนำโซลาร์เซลล์มาใช้ในการเกษตร ในการผลิตไฟฟ้าสาหรับใช้ในการเกษตร เช่น ใช้ในการสูบน้ำจากบ่อน้ำ ทำให้ลดต้นทุนการผลิต อีกทั้งประยุกต์การใช้สารกำจัดศัตรูพืชหรือชีวภัณฑ์พร้อมระบบการน้ำภายในสวน
ผลสำเร็จและการนำไปใช้
1. การลดต้นทุนการผลิต : มีการลดต้นทุนการผลิต เช่น การห่อผลส้มโอโดยใช้ถุงตาข่าย ซึ่งจะลดปริมาณการใช้สารเคมี, การขยายพันธุ์และเพาะเลี้ยงแหนแดง นำไปทำเป็นปุ๋ยหมัก ปุ๋ยพืชสดเพื่อลดต้นทุนการใช้ปุ๋ยไนโตรเจน, การนำโซลาร์เซลล์มาใช้ในการเกษตร ในการผลิตไฟฟ้าสาหรับใช้ในการเกษตร, การผลิตปุ๋ยหมักและน้ำหมัก จากวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตร เป็นต้น
2. การผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย : มีพืชที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP จำนวน 5 ชนิด ได้แก่ ผักเหลียง ส้มโอ ส้มจุก มะนาว และมังคุด
3. การขยายผลองค์ความรู้ : มีเกษตรกรนำความรู้จากศูนย์ไปประยุกต์ใช้ เช่น การขยายผลการผลิตแหนแดง การปลูกส้มโอ การผลิตปุ๋ยหมัก และการทำเกษตรผสมผสาน
4. การสร้างรายได้หลายช่องทาง : มีผลผลิตจำหน่ายหลากหลายประเภท ทั้งพืชผัก ผักเหลียง มะนาว กิ่งพันธุ์ ยางพารา ไม้ผล และปลาในบ่อ ช่วยให้มีรายได้หมุนเวียนตามช่วงเวลาการผลิต
2. การผลิตสินค้าเกษตรปลอดภัย : มีพืชที่ได้รับการรับรองมาตรฐาน GAP จำนวน 5 ชนิด ได้แก่ ผักเหลียง ส้มโอ ส้มจุก มะนาว และมังคุด
3. การขยายผลองค์ความรู้ : มีเกษตรกรนำความรู้จากศูนย์ไปประยุกต์ใช้ เช่น การขยายผลการผลิตแหนแดง การปลูกส้มโอ การผลิตปุ๋ยหมัก และการทำเกษตรผสมผสาน
4. การสร้างรายได้หลายช่องทาง : มีผลผลิตจำหน่ายหลากหลายประเภท ทั้งพืชผัก ผักเหลียง มะนาว กิ่งพันธุ์ ยางพารา ไม้ผล และปลาในบ่อ ช่วยให้มีรายได้หมุนเวียนตามช่วงเวลาการผลิต
ศูนย์เครือข่ายและหน่วยงานภาคี
ศูนย์เครือข่าย
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สวนครูวิช ตำบลสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้การผลิตหม่อน สวนครูคนิต ตำบลทุ่งหมอ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน ตำบลสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้สวนทุเรียนบังหมัดชู ตำบลปริก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสาน บ้านม่วงก็อง ตำบลพังลา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สวนหมอเอียด ตำบลสำนักแต้ว อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสาน สวนลุงสว่าง ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สวนครูหมี ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้แมลงเศรษฐกิจและปศุสัตว์ ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสาน สวนไท่ฟู่ ตำบลทุ่งหมอ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้แมลงเศรษฐกิจ สวนบังรีย์ ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สวนลุงกร ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสาน สวนลุงดำป้าจวบ ตำบลสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สวนครูติ่ง ตำบลสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้สวนทุเรียนคุณมะ ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสาน สวนทรงไชย ตำบลเขามีเกียรติ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้ด้านไม้ผลบ้านสวนเศียรวิสุทธิ์ ตำบลปริก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้ด้านแมลงเศรษฐกิจ สวนโกศล ตำบลสำนักแต้ว อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
หน่วยงานภาคี
การยางแห่งประเทศไทยสาขาสะเดา
สถานีพัฒนาที่ดินสงขลา
องค์การบริหารส่วนตาบลท่าโพธิ์
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 สงขลา
สำนักงานเกษตรอำเภอสะเดา
สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา
ประมงอำเภอสะเดา
ปศุสัตว์อำเภอสะเดา
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สวนครูวิช ตำบลสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้การผลิตหม่อน สวนครูคนิต ตำบลทุ่งหมอ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์จัดการศัตรูพืชชุมชน ตำบลสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้สวนทุเรียนบังหมัดชู ตำบลปริก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสาน บ้านม่วงก็อง ตำบลพังลา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สวนหมอเอียด ตำบลสำนักแต้ว อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสาน สวนลุงสว่าง ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สวนครูหมี ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้แมลงเศรษฐกิจและปศุสัตว์ ตำบลปาดังเบซาร์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสาน สวนไท่ฟู่ ตำบลทุ่งหมอ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้แมลงเศรษฐกิจ สวนบังรีย์ ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สวนลุงกร ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสาน สวนลุงดำป้าจวบ ตำบลสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง สวนครูติ่ง ตำบลสะเดา อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้สวนทุเรียนคุณมะ ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้เกษตรผสมผสาน สวนทรงไชย ตำบลเขามีเกียรติ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้ด้านไม้ผลบ้านสวนเศียรวิสุทธิ์ ตำบลปริก อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน ตำบลท่าโพธิ์ อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
ศูนย์เรียนรู้ด้านแมลงเศรษฐกิจ สวนโกศล ตำบลสำนักแต้ว อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา
หน่วยงานภาคี
การยางแห่งประเทศไทยสาขาสะเดา
สถานีพัฒนาที่ดินสงขลา
องค์การบริหารส่วนตาบลท่าโพธิ์
ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 8 สงขลา
สำนักงานเกษตรอำเภอสะเดา
สำนักงานเกษตรจังหวัดสงขลา
ประมงอำเภอสะเดา
ปศุสัตว์อำเภอสะเดา
การเข้าศึกษาดูงาน
• วันที่หรือช่วงวันที่เปิดให้เข้าศึกษาดูงาน : วันจันทร์–วันศุกร์ ยกเว้นวันหยุดราชการ โดยสามารถนัดหมาย
วันเข้าศึกษาดูงานได้ตามความเหมาะสม
• เวลาเปิดให้เข้าศึกษาดูงาน : เวลา 08.30–16.30 น.
• ต้องติดต่อล่วงหน้าหรือไม่ : กรุณาติดต่อล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน เพื่อเตรียมความพร้อมของฐานเรียนรู้
• จำนวนผู้เข้าศึกษาดูงานที่สามารถรองรับได้ : ประมาณ 100 คนต่อครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกิจกรรมและพื้นที่
จัดการเรียนรู้
• มีค่าใช้จ่ายหรือไม่ : ไม่มีค่าเข้าศึกษาดูงาน หากมีค่าอาหาร เครื่องดื่ม วัสดุฝึกปฏิบัติ หรือกิจกรรมพิเศษ ให้ประสานงานและตกลงกันล่วงหน้า
• เงื่อนไขหรือข้อควรปฏิบัติอื่น ๆ
1) แจ้งวัตถุประสงค์และหัวข้อที่ต้องการศึกษาดูงาน
2) ปฏิบัติตามคำแนะนำของวิทยากรและเจ้าหน้าที่
3) แต่งกายสุภาพและเหมาะสมกับพื้นที่เกษตร
4) หากต้องการฝึกปฏิบัติหรือจัดกิจกรรมเป็นพิเศษ ควรแจ้งล่วงหน้า
วันเข้าศึกษาดูงานได้ตามความเหมาะสม
• เวลาเปิดให้เข้าศึกษาดูงาน : เวลา 08.30–16.30 น.
• ต้องติดต่อล่วงหน้าหรือไม่ : กรุณาติดต่อล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วัน เพื่อเตรียมความพร้อมของฐานเรียนรู้
• จำนวนผู้เข้าศึกษาดูงานที่สามารถรองรับได้ : ประมาณ 100 คนต่อครั้ง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับกิจกรรมและพื้นที่
จัดการเรียนรู้
• มีค่าใช้จ่ายหรือไม่ : ไม่มีค่าเข้าศึกษาดูงาน หากมีค่าอาหาร เครื่องดื่ม วัสดุฝึกปฏิบัติ หรือกิจกรรมพิเศษ ให้ประสานงานและตกลงกันล่วงหน้า
• เงื่อนไขหรือข้อควรปฏิบัติอื่น ๆ
1) แจ้งวัตถุประสงค์และหัวข้อที่ต้องการศึกษาดูงาน
2) ปฏิบัติตามคำแนะนำของวิทยากรและเจ้าหน้าที่
3) แต่งกายสุภาพและเหมาะสมกับพื้นที่เกษตร
4) หากต้องการฝึกปฏิบัติหรือจัดกิจกรรมเป็นพิเศษ ควรแจ้งล่วงหน้า
รายละเอียดเพิ่มเติม
1. สถานที่จอดรถ : มีพื้นที่จอดรถสำหรับรถยนต์ส่วนบุคคลและรถจักรยานยนต์ โดยรถบัสหรือรถโดยสารขนาดใหญ่ควรแจ้งล่วงหน้าเพื่อประสานพื้นที่จอดรถ
2. ห้องประชุมหรือพื้นที่อบรม : มีพื้นที่ศาลาเรียนรู้สำหรับบรรยาย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และฝึกปฏิบัติด้านการเกษตร สามารถจัดกิจกรรมเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมของพื้นที่
3. ห้องน้ำ : มีห้องน้ำและอ่างล้างมือให้บริการแก่ผู้เข้าศึกษาดูงาน เพียงพอและถูกต้องตามหลักสุขอนามัย
4. จุดจำหน่ายสินค้า : สามารถประสานงานเพื่อเยี่ยมชมสินค้าเกษตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลผลิตและสินค้าที่มีในช่วงเวลานั้น
5. อาหารและเครื่องดื่ม : ผู้เข้าศึกษาดูงานสามารถจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มมาเอง หรือประสานร้านอาหารและผู้ประกอบการในชุมชนล่วงหน้า
6. ข้อจำกัดของพื้นที่ : การเข้าชมแปลงเกษตรขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ฤดูกาลผลิต และสภาพพื้นที่จริง บางจุดอาจเป็นพื้นดินขรุขระหรือมีความชื้น จึงควรสวมรองเท้าที่เหมาะสม
7. สัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต : ศูนย์ฯ มีสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตให้ใช้
8. ที่พัก Homestay : ควรประสานงานก่อนเดินทาง พร้อมแจ้งวัน เวลา จำนวนผู้เข้าพัก
9. การเดินทางและติดต่อประสานงาน : ควรประสานงานก่อนเดินทาง พร้อมแจ้งวัน เวลา จำนวนผู้เข้าศึกษาดูงาน วัตถุประสงค์ และหัวข้อที่ต้องการเรียนรู้ เพื่อให้ศูนย์เตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม
2. ห้องประชุมหรือพื้นที่อบรม : มีพื้นที่ศาลาเรียนรู้สำหรับบรรยาย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และฝึกปฏิบัติด้านการเกษตร สามารถจัดกิจกรรมเป็นกลุ่มตามความเหมาะสมของพื้นที่
3. ห้องน้ำ : มีห้องน้ำและอ่างล้างมือให้บริการแก่ผู้เข้าศึกษาดูงาน เพียงพอและถูกต้องตามหลักสุขอนามัย
4. จุดจำหน่ายสินค้า : สามารถประสานงานเพื่อเยี่ยมชมสินค้าเกษตร ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับผลผลิตและสินค้าที่มีในช่วงเวลานั้น
5. อาหารและเครื่องดื่ม : ผู้เข้าศึกษาดูงานสามารถจัดเตรียมอาหารและเครื่องดื่มมาเอง หรือประสานร้านอาหารและผู้ประกอบการในชุมชนล่วงหน้า
6. ข้อจำกัดของพื้นที่ : การเข้าชมแปลงเกษตรขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ ฤดูกาลผลิต และสภาพพื้นที่จริง บางจุดอาจเป็นพื้นดินขรุขระหรือมีความชื้น จึงควรสวมรองเท้าที่เหมาะสม
7. สัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ต : ศูนย์ฯ มีสัญญาณโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตให้ใช้
8. ที่พัก Homestay : ควรประสานงานก่อนเดินทาง พร้อมแจ้งวัน เวลา จำนวนผู้เข้าพัก
9. การเดินทางและติดต่อประสานงาน : ควรประสานงานก่อนเดินทาง พร้อมแจ้งวัน เวลา จำนวนผู้เข้าศึกษาดูงาน วัตถุประสงค์ และหัวข้อที่ต้องการเรียนรู้ เพื่อให้ศูนย์เตรียมความพร้อมได้อย่างเหมาะสม



