วันพฤหัสบดีที่ 6 สิงหาคม 2569 นายอารอฟัต มะแอ เกษตรอำเภอกะทู้ รักษาราชการแทนเกษตรอำเภอสทิงพระ มอบหมายให้นางจริยา เพ็ชร์สุวรรณ นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรชำนาญการ และนายวรดล ดวงภักดี นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรปฏิบัติการ ลงพื้นที่ให้บริการคลินิกพืช ในพื้นที่ หมู่ 4 ตำบลจะทิ้งพระ จากการลงสำรวจพื้นที่ปลูกกล้วยน้ำว้าของเกษตรกรพื้นที่ 1 งาน พบกล้วยน้ำว้าแสดงอาการของโรคเหี่ยวกล้วยจากแบคทีเรีย โดยใบธงของกล้วยแสดงอาการเหลืองและหักพับ เมื่อตัดตามขวางของลำต้นจะพบว่าบริเวณแกนรอบในมีสีน้ำตาลคล้ำ ต้นที่ให้เครือเมื่อผ่าผลดูพบมีอาการเน่าเละเป็นสีน้ำตาลและมีเมือกไหล ทางเจ้าหน้าที่ได้ให้คำแนะนำในการป้องกันกำจัด ดังนี้
๑. ทำลายกอกล้วยโดยใช้สารกำจัดวัชพืช โดยใช้ไม้เสียบลูกชิ้นความยาว ๘ นิ้ว แช่ในกระป๋องที่ใส่สารกำจัดวัชพืช ไตรโคลเพอร์ บิวทอกซีเอทิลเอสเตอร์ ๖๖.๘% อีซี แช่ทิ้งไว้ข้ามคืน นำไม้เสียบลูกชิ้นที่แช่สารกำจัดวัชพืชแล้ว เสียบที่บริเวณโคนต้นกล้วยที่เป็นโรคเหี่ยว ลึกประมาณ ๕ นิ้ว โดยเลือกเสียบที่ต้นกล้วยขนาดใหญ่ในกอ ประมาณ ๒-๓ ต้น ต้นกล้วยจะตายภายในเวลาประมาณ ๒๐-๓๐ วัน หรือกำจัดโดยการตัดต้นกล้วยทิ้ง โรยปูนขาวฆ่าเชื้อบริเวณรอบกอ หรือขุดทำลายต้นกล้วยที่เป็นโรคไปเผา และห้ามขุดย้ายหล่อจากกอที่เป็นโรคไปปลูก
- ฆ่าเชื้อบริเวณหลุมปลูก โดยใช้ยูเรีย ๐.๕ กิโลกรัม ผสมกับปูนขาว ๕ กิโลกรัมต่อหลุม โรยให้ทั่วหลุม กลบดินให้แน่น รดน้ำให้ชุ่มจนทั่ว ทิ้งไว้ ๓ สัปดาห์ เมื่อครบกำหนดใช้จอบสับดินให้แก๊สพิษออก
- กรณีที่มีบริเวณที่พืชยังไม่แสดงอาการรุนแรง ใช้เชื้อบีเอส สายพันธุ์ BS-DOA ๒๔ อัตรา ๕๐ กรัมผสมน้ำ ๒๐ ลิตร รดให้ทั่วรอบต้นและรดซ้ำทุก ๓๐ วัน นาน ๑๒ เดือน
- ทำความสะอาดเครื่องมือ และอุปกรณ์ทางการเกษตร เช่น มีดตัดผลกล้วย จอบ เสียม ทุกครั้งก่อนนำไปใช้กับต้นต่อไป โดยใช้น้ำยาฟอกขาว เช่น ไฮเตอร์ อัตรา ๒๕๐ มิลลิลิตรผสมน้ำ ๓ ลิตร
- ไม่เดินจากต้นที่เป็นโรคไปยังต้นที่ไม่เป็นโรค หากจำเป็นต้องเดินให้ฆ่าเชื้อที่รองเท้าก่อน ด้วยน้ำยาฟอกขาว เช่น ไฮเตอร์ อัตรา ๒๕๐ มิลลิลิตรผสมน้ำ ๓ ลิตร
- ใช้ส่วนขยายพันธุ์และคัดเลือกหน่อพันธุ์กล้วยปลอดเชื้อจากแหล่งที่ไม่มีโรคนี้หรืออย่างน้อยจากกอที่ไม่เป็นโรค ใส่ปุ๋ยที่มีแร่ธาตุฟอสเฟตและโปแทสเซียมสูง และไม่ควรใส่ปุ๋ยที่มีธาตุไนโตรเจนมาก



